หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน
สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง

Residency Training in Plastic Surgery · ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

5 ปี
ระยะเวลาฝึกอบรม
3 ปี
สำหรับผู้มีวุฒิ ศัลยฯ ทั่วไป
6
สมรรถนะหลัก
2
หลักสูตรควบ
วุฒิบัตรที่ได้รับ

ชื่อเต็ม (ภาษาไทย)

วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง

ชื่อเต็ม (ภาษาอังกฤษ)

Diploma of the Thai Board of Plastic Surgery

ชื่อย่อ: วว. ศัลยศาสตร์ตกแต่ง / Dip. Thai Board of Plastic Surgery

2 หลักสูตรควบ
หลักสูตรที่ 1
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรฯ สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง
อ้างอิงตามเกณฑ์ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย · รับรองโดยแพทยสภา
หลักสูตรที่ 2
ป.บัณฑิตชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง (2 ปี ไม่เกิน 3 ปี)
กระบวนวิชา พ.ปบ.701 · เรียนควบคู่กัน · จบพร้อมกันทั้ง 2 หลักสูตร
พันธกิจของหลักสูตร · ตามหลักสูตรฯ ฉบับ พ.ศ. 2568

หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กำหนดพันธกิจของการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง ไว้ดังนี้

  • ๑. มุ่งเน้นให้ผู้รับการฝึกอบรมมีความรู้ ความชำนาญ และความสามารถในการทำงานด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งแบบมืออาชีพ ได้มาตรฐานสากล และสามารถปรับใช้ให้เข้ากับบริบทการทำงานของระบบบริการสุขภาพของประเทศไทย, ภาคเหนือที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ชุมชนและสังคม รวมทั้งใส่ใจในความปลอดภัยเพื่อการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมสุขภาพ โดยยึดถือผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานของการดูแลแบบองค์รวม รวมทั้งสามารถปฏิบัติงานแบบสหวิชาชีพได้เป็นอย่างดี
  • ๒. มุ่งเน้นให้ผู้รับการฝึกอบรมพัฒนาความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและเพื่อทำงานวิจัยที่มีคุณค่า มีเจตนารมณ์และมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • ๓. มุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีคุณธรรมและจริยธรรมทางการแพทย์ที่ดีในการดูแลรักษาผู้ป่วย มีความรับผิดชอบและมีพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อเพื่อนร่วมงานทั้งในวิชาชีพของตนและวิชาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกับผู้ป่วยและญาติ
การรับสมัคร · ตามหลักสูตรฯ ฉบับ พ.ศ. 2568
คน / ปี
ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย กำหนดให้สถาบันฝึกอบรมฯ รับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ในสัดส่วนปีละ ๑ คนต่ออาจารย์ผู้ให้การฝึกอบรม ๒ คน โดยปัจจุบัน หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับผู้เข้ารับการฝึกอบรมปีละ ๒ คน ตามศักยภาพของสถาบัน
เกณฑ์การให้คะแนนในการคัดเลือก · ภาคผนวก ๑๓
เต็ม ๑๐๐ คะแนน
๑. คะแนนสัมภาษณ์
๔๕ คะแนน
คะแนนจากกรรมการช่วงสัมภาษณ์ ๓๕ + ความสามารถภาษาอังกฤษ ๑๐
๒. ต้นสังกัด
๑๐ คะแนน
ไม่มีต้นสังกัด ๐ · มีต้นสังกัด ๔ · ต้นสังกัดดีเด่น ๖ · เคยปฏิบัติงานจริง ๔
๓. หนังสือแนะนำของผู้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงาน
๑๐ คะแนน
จากสถาบันที่ผู้สมัครปฏิบัติงาน ๕ + หนังสือแนะนำอีก ๑ ฉบับ ๕
๔. กิจกรรมนอกหลักสูตร
๑๐ คะแนน
พิจารณาปริมาณและคุณภาพ (ดีมาก ๘–๑๐ · ปานกลาง ๔–๗ · น้อย ๑–๓ · ไม่มี ๐)
๕. ประวัติการทำงาน
๑๐ คะแนน
ด่างพร้อย ๐–๒ · ปานกลาง ๓–๖ · ดีเด่น ๗–๑๐ (แพทย์ประจำบ้านมีส่วนร่วมให้คะแนน)
๖. คะแนน GPA (แพทยศาสตรบัณฑิต)
๑๕ คะแนน
ต่ำกว่า ๒.๐ หรือซ้ำชั้น ๐–๕ · ๒.๐–๒.๙ → ๖–๑๐ · มากกว่า ๓.๐ → ๑๑–๑๕
📌 ประกาศรับสมัครวันทำการแรกของปีการศึกษา · สัมภาษณ์ภายใน ๔ สัปดาห์หลังได้รับรายชื่อผู้สมัครจากแพทยสภา · ประกาศผลภายใน ๗ วันทำการหลังสัมภาษณ์ · กระบวนการคัดเลือกโปร่งใสและตรวจสอบได้
สมรรถนะหลัก 6 ด้าน
1
การดูแลรักษาผู้ป่วย
Patient Care
2
ความรู้ทางการแพทย์
Medical Knowledge and Skills
3
การเรียนรู้จากการปฏิบัติและการพัฒนาตนเอง
Practice-based Learning and Improvement
4
ทักษะปฏิสัมพันธ์และการสื่อสาร
Interpersonal and Communication Skills
5
ความเป็นมืออาชีพ
Professionalism
6
การปฏิบัติงานให้เข้ากับระบบ
System-based Practice
วิธีการให้การฝึกอบรม · ตามหลักสูตรฯ ฉบับ พ.ศ. 2568

หลักสูตรศัลยศาสตร์ตกแต่ง กำหนดระยะเวลาในการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยเป็นเวลา ๕ ปี โดยมีระยะเวลาฝึกอบรมในส่วนของศัลยศาสตร์เฉพาะทาง สาขาที่เกี่ยวข้องเป็นเวลาอย่างน้อย ๒๔ เดือน หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง จะประกอบด้วย

1. Basic Science in Surgery
ความรู้วิทยาศาสตร์พื้นฐานทางศัลยศาสตร์
2. Basic Surgical Research & Methodology
พื้นฐานการวิจัยทางศัลยศาสตร์
3. Principle of Surgery
หลักการของศัลยศาสตร์
4. Clinical General Surgery
ศัลยศาสตร์ทั่วไปคลินิก
5. Operative General Surgery
หัตถการทางศัลยศาสตร์ทั่วไป
6. ความรู้พื้นฐานและทักษะในสาขาอื่นๆ
ศัลยศาสตร์หลอดเลือด · ระบบทางเดินอาหาร · ศีรษะ คอ และเต้านม · ทรวงอก หัวใจและหลอดเลือด · ยูโรวิทยา · อุบัติเหตุ · ฉุกเฉิน · กุมารศัลยศาสตร์ · ประสาทศัลยศาสตร์ · โสต ศอ นาสิกวิทยา · ออร์โธปิดิกส์ · วิสัญญีวิทยา · พยาธิวิทยา · ตจวิทยา · รังสีวิทยา
แผนการฝึกอบรมสำหรับแพทย์ประจำบ้านแต่ละชั้นปี

คณะกรรมการการฝึกอบรมได้กำหนดแผนการฝึกอบรมสำหรับแพทย์ประจำบ้านแต่ละชั้นปี โดยพัฒนาสมรรถนะทั้ง 6 ด้านอย่างต่อเนื่องตามระดับชั้นปี ดังนี้

ปีที่ ๑–๒ ก. แพทย์ประจำบ้านปีที่ ๑–๒ ระยะเวลาการฝึกอบรม ๒๔ เดือนพื้นฐานศัลยศาสตร์ทั่วไป

ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้พื้นฐานทางศัลยศาสตร์ เตรียมความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ซึ่งจะส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการดูแลและรักษาผู้ป่วยทางศัลยกรรมเบื้องต้นทั้งในผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยเฉพาะทางอุบัติเหตุและฉุกเฉิน และสามารถให้คำแนะนำและส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะต่อไปได้

🩺 สมรรถนะการดูแลรักษาผู้ป่วย (Patient Care)

เรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลและรักษาผู้ป่วยทางศัลยกรรมระดับไม่ซับซ้อนทั้งในผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในรวมถึงศัลยศาสตร์เฉพาะทางสาขาต่างๆ ได้แก่

  1. ออกตรวจโรคทางศัลยกรรมที่ห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอก
  2. ดูแลรักษาผู้ป่วยในร่วมกับแพทย์ประจำบ้านชั้นสูงกว่า
  3. ดูแลรักษาผู้ป่วยโรคทางศัลยกรรมที่พบบ่อยและที่วินิจฉัยไม่ซับซ้อนได้ด้วยตนเอง
  4. ดูแลรักษาผู้ป่วยวิกฤตทางศัลยกรรมร่วมกับแพทย์ประจำบ้านชั้นสูงกว่า และวิสัญญีแพทย์ โดยปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยวิกฤตของศัลยกรรม
  5. ดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินทั้งในเวลาและนอกเวลาราชการ ร่วมกับแพทย์ประจำบ้านชั้นสูงกว่าและช่วยแพทย์ประจำบ้านชั้นสูงกว่าในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ซับซ้อนมากขึ้น
  6. ปฏิบัติงานในหน่วยวิสัญญีวิทยา เพื่อเรียนรู้การดูแลผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ระหว่างผ่าตัดและหลังผ่าตัดในแง่มุมของวิสัญญีแพทย์เพื่อนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยในแผนกศัลยศาสตร์ตกแต่งต่อไป
  7. ปฏิบัติงานในหน่วยศัลยศาสตร์เฉพาะทาง และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศัลยศาสตร์ตกแต่ง, ศัลยศาสตร์หลอดเลือด, ศัลยศาสตร์ระบบทางเดินอาหาร, ศัลยศาสตร์ศีรษะ คอ และเต้านม, ศัลยศาสตร์ทรวงอก หัวใจและหลอดเลือด, ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา, ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ, ศัลยศาสตร์ฉุกเฉิน, กุมารศัลยศาสตร์, ประสาทศัลยศาสตร์, โสต ศอ นาสิกวิทยา, ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์, วิสัญญีวิทยา, พยาธิวิทยา, ตจวิทยา และรังสีวิทยา
📚 ความรู้ ความเชี่ยวชาญและความสามารถในการนำไปใช้แก้ปัญหาของผู้ป่วยและสังคมรอบด้าน (Medical Knowledge and Skills)
  1. เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานประยุกต์ (Correlated basic medical science) ความรู้พื้นฐานทางศัลยศาสตร์และวิชาศัลยศาสตร์ตกแต่ง
  2. เข้ารับการอบรม Advanced Trauma Life support
  3. เข้ารับการอบรม ความรู้พื้นฐานทางการวิจัย
  4. เข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการของภาควิชา ได้แก่ Morbidity and Mortality conference, Grand Round, Journal club, Interdepartement conference
  5. เข้าร่วมกิจกรรมวิชาการต่างๆของโรงพยาบาลและการประชุมระหว่างสถาบัน เช่น ประชุมวิชาการประจำปีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  6. เข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับหัตถการและเครื่องมือใหม่ๆที่ใช้ในทางศัลยกรรม
🔬 การพัฒนาตนเองและการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วย (Practice-based Learning and Improvement)
  1. มีประสบการณ์การเรียนรู้ในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม และสหวิชาชีพ
  2. ปฏิบัติงานสอนนิสิตแพทย์
  3. บันทึกข้อมูลในเวชระเบียนผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์
  4. เริ่มทำงานวิจัยที่ตนสนใจ และติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษา ตามข้อกำหนดของภาควิชาศัลยศาสตร์
💬 ทักษะปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสาร (Interpersonal and Communication Skills)
  1. เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสารกับผู้ป่วยและผู้ร่วมงาน
  2. ปฏิบัติงานสอนนิสิตแพทย์
  3. นำเสนอข้อมูลผู้ป่วย และอภิปรายปัญหาทางคลินิกในกิจกรรมวิชาการ
  4. เรียนรู้จากการบรรยาย การอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วย
  5. บันทึกรายงานทางการแพทย์ได้ถูกต้องสมบูรณ์
  6. ให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติได้อย่างเหมาะสม
  7. มีทักษะในการทำงานร่วมกับแพทย์สาขาอื่น พยาบาลและบุคลากรอื่นๆ
🎖️ ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)
  1. เข้าร่วมกิจกรรมการให้ความรู้ทางด้านบูรณาการทางการแพทย์
  2. พัฒนาตนเองให้มีเจตคติที่ดีระหว่างการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วย
🏥 การปฏิบัติงานให้เข้ากับระบบ (System-based Practice)

มีประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับระบบควบคุมคุณภาพของโรงพยาบาล กระบวนการคุณภาพและความปลอดภัยในผู้ป่วยศัลยกรรม การบริหารทรัพยากรที่มีจำกัดและอยู่ในภาวะวิกฤต มีความสามารถที่จะปรับการทำงานเข้ากับระบบหลักประกันสุขภาพของชาติ

ปีที่ ๓–๔ ข. แพทย์ประจำบ้านปีที่ ๓ – ๔ ระยะเวลา ๒๔ เดือนศัลยศาสตร์ตกแต่งเฉพาะทาง และให้คำปรึกษารุ่นน้อง
🩺 สมรรถนะการดูแลรักษาผู้ป่วย (Patient Care)
  1. เรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาและทำผ่าตัดผู้ป่วยทางศัลยกรรมตกแต่งเบื้องต้น ทั้งในเวลาและนอกเวลาราชการ และรับปรึกษาปัญหาผู้ป่วยจากนอกแผนกศัลยกรรมตกแต่ง
  2. ออกตรวจโรคทางศัลยกรรมที่ห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอก
  3. ดูแลรักษาผู้ป่วยในร่วมกับแพทย์ประจำบ้านชั้นสูงกว่าและให้คำปรึกษาแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ ๑ และ ๒
📚 ความรู้ ความเชี่ยวชาญและความสามารถในการนำไปใช้แก้ปัญหาของผู้ป่วยและสังคมรอบด้าน (Medical Knowledge and Skills)
  1. กำหนดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปปฏิบัติงานในหน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง, ฝึกอบรมในวิชาเลือก (elective) และการทำวิจัย
  2. นำเสนอและเข้าร่วมกิจกรรมวิชาการ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมง
    Pre-Operative conference · Post-operative conference · Emergency conference · Craniofacial conference (ENT-Plastic Surgery conference) · Morbidity and mortality conference · Lower Extremity Reconstruction Conference · Burn conference · Hand Conference · Grand round · Guest lecture · Topic review · Interesting flap conference · Interesting point in plastic surgery
  3. เข้าร่วม morbidity and mortality conference (MMC) ของภาควิชาศัลยศาสตร์ หรือ ศัลยศาสตร์ตกแต่ง เดือนละ ๑ ครั้ง
  4. จัดให้มีการเสนอเอกสารหรือบทความวิชาการจากจดหมายเหตุทางการแพทย์ ด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง ทั้งจากในและต่างประเทศ ในรูปของ Journal club สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง
  5. สนับสนุนให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเข้าร่วมการประชุมวิชาการศัลยศาสตร์ตกแต่งระหว่างโรงพยาบาล (interhospital plastic surgery conference) เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ทุก ๒ เดือนต่อ ครั้งละ ๓ ชั่วโมง (อย่างน้อย ๑๒ ครั้ง/ ๓ ปี)
  6. สนับสนุนให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเข้าประชุมวิชาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ประชุมวิชาการประจำปีของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย สมาคมศัลยแพทย์เสริมสวยแห่งประเทศไทย ชมรมศัลยแพทย์ทางมือแห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมจุลศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย
🔬 การพัฒนาตนเองและการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วย (Practice-based Learning and Improvement)
  1. มีประสบการณ์การเรียนรู้ในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม และสหวิชาชีพ
  2. ปฏิบัติงานสอนนิสิตแพทย์และแพทย์ประจำบ้านรุ่นหลัง
  3. บันทึกข้อมูลในเวชระเบียนผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์
  4. ทำงานวิจัย โดยสามารถเป็นงานวิจัยแบบ Retrospective study หรือ Prospective study หรือ Cross-sectional study โดยเป็นผู้วิจัยหลักหรือร่วม และนำเสนอ proposal ต่อคณะกรรมการวิจัย
💬 ทักษะปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสาร (Interpersonal and Communication Skills)
  1. เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสารกับผู้ป่วยและผู้ร่วมงาน
  2. ปฏิบัติงานสอนนิสิตและแพทย์ประจำบ้านรุ่นหลัง
  3. นำเสนอข้อมูลผู้ป่วย และอภิปรายปัญหาทางคลินิกในกิจกรรมวิชาการ
  4. เรียนรู้จากการบรรยาย การอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วย
  5. บันทึกรายงานทางการแพทย์ได้ถูกต้องสมบูรณ์
  6. ให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติได้อย่างเหมาะสม
  7. มีทักษะในการทำงานร่วมกับแพทย์สาขาอื่น พยาบาลและบุคลากรอื่นๆ
  8. ฝึกทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ โดยนำเสนอ การผ่าตัดทุกรายในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นภาษาอังกฤษ มีอาจารย์ต่างชาติเจ้าของภาษาให้คำแนะนำ
🎖️ ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)
  1. เข้าร่วมกิจกรรมการให้ความรู้ทางด้านบูรณาการทางการแพทย์
  2. พัฒนาตนเองให้มีเจตคติที่ดีระหว่างการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วย
🏥 การปฏิบัติงานให้เข้ากับระบบ (System-based Practice)

มีประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับระบบควบคุมคุณภาพของโรงพยาบาล กระบวนการคุณภาพและความปลอดภัยในผู้ป่วยศัลยกรรม การบริหารทรัพยากรที่มีจำกัดและอยู่ในภาวะวิกฤต มีความสามารถที่จะปรับการทำงานเข้ากับระบบหลักประกันสุขภาพของชาติ

ปีที่ ๕ ค. แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ ๕ ระยะเวลา ๑๒ เดือน หัวหน้าแพทย์ประจำบ้าน (Chief) และควบคุมดูแลทีม
🩺 สมรรถนะการดูแลรักษาผู้ป่วย (Patient Care)
  1. แพทย์ประจำบ้านต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแพทย์ประจำบ้านประจำหน่วยและปฏิบัติงานเพิ่มประสบการณ์ทักษะและหัตถการในส่วนของศัลยศาสตร์ตกแต่ง และให้การควบคุมดูแลแพทย์ประจำบ้านอื่นๆ ในทีม
  2. เรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลและรักษาผู้ป่วยทางศัลยกรรมตกแต่ง ระดับที่ซับซ้อนทั้งในผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน และสามารถให้การตัดสินใจในการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ภายใต้การกำกับดูแลของอาจารย์ประจำหน่วย รวมทั้งสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเองในกรณีจำเป็น
  3. ดูแลรักษาผู้ป่วยวิกฤตทางศัลยกรรมตกแต่งร่วมกับอาจารย์และแพทย์ประจำบ้านชั้นต่ำกว่า
  4. ดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินทั้งในเวลาและนอกเวลาราชการร่วมกับแพทย์ประจำบ้านชั้นต่ำกว่าและช่วยแพทย์ประจำบ้านชั้นต่ำกว่าในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ซับซ้อนมากขึ้น
📚 ความรู้ ความเชี่ยวชาญและความสามารถในการนำไปใช้แก้ปัญหาของผู้ป่วยและสังคมรอบด้าน (Medical Knowledge and Skills)
  1. เพิ่มพูนประสบการณ์ในการดูแลและรักษาผู้ป่วยทางศัลยกรรมตกแต่ง ให้มีความเชี่ยวชาญและแตกฉานมากขึ้น
  2. กำหนดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลจังหวัดที่สถาบันร่วมฝึกอบรมในวิชาเลือก (elective) ๔๕ – ๖๐ วัน
  3. จัดให้ผู้เข้ารับการอบรมร่วมอภิปรายในการวางแผนการรักษาในผู้ป่วย ในรูปแบบของ Internal audit of operative plastic surgery ทุก ๒ เดือน
  4. เข้าร่วมกิจกรรมวิชาการ อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมง
    Pre-Operative conference · Post-operative conference · Emergency conference · Craniofacial conference (Ortho-Maxillo-Plastic Surgery Conference and ENT-Plastic Surgery conference) · Burn conference · Hand Conference · Lower Extremity Reconstruction Conference · Interhospital conference · Grand round · Guest lecture · Topic review · Interesting flap conference · Interesting point in plastic surgery
  5. เข้าร่วม morbidity and mortality conference ของภาควิชาศัลยศาสตร์ หรือ ศัลยศาสตร์ตกแต่ง เดือนละ ๑ ครั้ง
  6. จัดให้มีการเสนอเอกสารหรือบทความวิชาการจากจดหมายเหตุทางการแพทย์ ด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง ทั้งจากในและต่างประเทศ ในรูปของ Journal club
  7. สนับสนุนให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเข้าร่วมการประชุมวิชาการศัลยศาสตร์ตกแต่งระหว่างโรงพยาบาล (interhospital plastic surgery conference) เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ทุก ๒ เดือนต่อครั้ง ครั้งละ ๓ ชั่วโมง (อย่างน้อย ๑๒ ครั้ง/ ๓ ปี)
🔬 การพัฒนาตนเองและการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วย (Practice-based Learning and Improvement)
  1. มีประสบการณ์การเรียนรู้ในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม และสหวิชาชีพ
  2. ปฏิบัติงานสอนนิสิตแพทย์และแพทย์ประจำบ้านรุ่นหลังได้
  3. บันทึกข้อมูลในเวชระเบียนผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์
  4. มีการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ รู้รอบในเชิงกว้างในเรื่องเกี่ยวกับการแพทย์และมีความรู้ในเชิงลึกเกี่ยวกับศัลยศาสตร์ตกแต่งและในการปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วย
  5. นำเสนองานวิจัย (oral presentation) ในงานประชุมวิชาการต่างๆ ที่ราชวิทยาลัยศัลยศาสตร์ ให้การยอมรับ และทำรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์
💬 ทักษะปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสาร (Interpersonal and Communication Skills)
  1. เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสารกับผู้ป่วยและผู้ร่วมงาน
  2. ปฏิบัติงานสอนนิสิตแพทย์และแพทย์ประจำบ้านรุ่นหลัง
  3. นำเสนอข้อมูลผู้ป่วย และอภิปรายปัญหาทางคลินิกในกิจกรรมวิชาการ
  4. เรียนรู้จากการบรรยาย การอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วย
  5. บันทึกรายงานทางการแพทย์ได้ถูกต้องสมบูรณ์
  6. ให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติได้อย่างเหมาะสม
  7. มีทักษะในการทำงานร่วมกับแพทย์สาขาอื่น พยาบาลและบุคลากรอื่นๆ
  8. ฝึกทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ โดยนำเสนอ การผ่าตัดทุกรายในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นภาษาอังกฤษ มีอาจารย์ต่างชาติเจ้าของภาษาให้คำแนะนำ
🎖️ ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)
  1. เข้าร่วมกิจกรรมการให้ความรู้ทางด้านบูรณาการทางการแพทย์
  2. พัฒนาตนเองให้มีเจตคติที่ดีระหว่างการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วย
🏥 การปฏิบัติงานให้เข้ากับระบบ (System-based Practice)

มีประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับระบบควบคุมคุณภาพของโรงพยาบาล กระบวนการคุณภาพและความปลอดภัยในผู้ป่วยศัลยกรรม การบริหารทรัพยากรที่มีจำกัดและอยู่ในภาวะวิกฤต มีความสามารถที่จะปรับการทำงานเข้ากับระบบหลักประกันสุขภาพของชาติ

เนื้อหาการฝึกอบรม · ภาคผนวก ๒ (เนื้อหาทางทฤษฎีสังเขป)

รายละเอียดของเนื้อหาหลักสูตรวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง ซึ่งปรากฏในภาคผนวกจัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการฝึกอบรม รายละเอียดนี้จะมีการปรับเปลี่ยนตามความก้าวหน้าของวิชาการและตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ของประเทศ ประมาณทุก ๓-๕ ปี ดังนี้

เนื้อหาทางทฤษฎีสังเขปของหลักสูตรศัลยศาสตร์ทั่วไปและศัลยศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ความรู้พื้นฐานทั่วไปทางศัลยศาสตร์ ชั้นปีที่ ๑ และ ๒
  1. Basic science in surgery
  2. Basic surgical research and methodology
  3. Principles of surgery
  4. Clinical general surgery
  5. Operative general surgery
ความรู้พื้นฐานทางศัลยศาสตร์ตกแต่งและวิชาที่เกี่ยวข้อง Basic Plastic Surgery and Related Subjects
  1. Wound Repair: Principles and Applications
  2. Flaps and Grafts
  3. Microsurgery
  4. Implants/Biomaterials
  5. Special Techniques ได้แก่
    • Liposuction
    • Tissue expansion
    • Dermabrasion and Chemical Peel
    • Laser treatment
    • Distraction osteogenesis
    • Endoscopic plastic surgery
  6. Transplantation/Immunology
  7. Pharmacology/Therapeutics
  8. Medicolegal and Psychiatric Aspects of Plastic Surgery
ความรู้ทั่วไปในสาขาศัลยศาสตร์อื่นๆ และสาขาที่เกี่ยวเนื่อง
  1. General and Trauma surgery
  2. Urology
  3. Cardiovascular-Thoracic Surgery
  4. Orthopaedics
  5. Neurosurgery
  6. Pediatric Surgery
  7. Anesthesiology, Critical Care, Pathology และ Dentistry
เนื้อหาทางทฤษฎีสังเขปของหลักสูตรศัลยศาสตร์ตกแต่ง
1 ความรู้ทางศัลยศาสตร์ตกแต่ง เสริมสร้าง Reconstructive Plastic Surgery
  1. Plastic Surgery of the Integument
  2. Plastic Surgery of the Head and Neck
  3. Plastic Surgery of the Upper Extremities
  4. Plastic Surgery of the Trunk and Breasts
  5. Plastic Surgery of the Lower Extremity
  6. Plastic Surgery of the Genitourinary System
  7. Microsurgery
2 ความรู้ทางศัลยศาสตร์ตกแต่งเสริมสวย Aesthetic Plastic Surgery
  1. Basic principles
  2. Pre-operative consideration
  3. Patient evaluation and selection
  4. Operative procedures in aesthetic plastic surgery
  5. Post-operative management
  6. Avoidance and treatment of unfavorable results in each procedure
3 โรคหรือภาวะของผู้ป่วยทางศัลยศาสตร์ตกแต่ง Acquired and congenital disease
  1. Acquired and congenital disease of the Integument
  2. Acquired and congenital disease of the Head and Neck
  3. Acquired and congenital disease of the Upper Extremities
  4. Acquired and congenital disease of the Trunk and Breasts
  5. Acquired and congenital disease of the Lower Extremity
  6. Acquired and congenital disease of the Genitourinary System
  7. Aesthetic-surgery related condition
หัตถการทางศัลยศาสตร์และศัลยศาสตร์ตกแต่ง · ภาคผนวก ๓

เมื่อสิ้นสุดการฝึกอบรม แพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งมีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยในระยะก่อนผ่าตัด การผ่าตัด และหลังผ่าตัด รวมทั้งการผ่าตัดได้เองเมื่อผ่านการฝึกอบรม โดยแบ่งระดับความสามารถในการทำหัตถการเป็น ๕ ขั้น (A–E) และกำหนดจำนวนเป้าหมายรายหมวดให้สอดคล้องกับหลักสูตรของราชวิทยาลัย

ระดับความสามารถในการทำหัตถการ
A เข้าใจกายวิภาคและกระบวนการ ช่วยผ่าตัดได้B ทำได้โดยมีผู้ควบคุมชี้แนะโดยละเอียดC ทำได้โดยอาศัยการแนะนำควบคุมเพียงเล็กน้อยD ทำได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ควบคุมE ควบคุมชี้แนะผู้อื่นในการทำหัตถการได้
ชั้นปีที่ ๑ – ๒
รายชื่อหัตถการ (Procedure)ปีที่ ๑ปีที่ ๒
Drainage of superficial cutaneous abscessesC,DD,E
Intercostal drainageC,DD,E
AppendicectomyCD,E
Drainage of deep abscessCD,E
Cardio-pulmonary resuscitationD,ED,E
Excision of simple skin lesionsCD
Endotracheal intubationB,CD
Spinal anesthesiaAA
Local and regional anesthesiaB,CB,C
Other procedureตามภาควิชากำหนดตามภาควิชากำหนด
ชั้นปีที่ ๓ – ๕ · แยกตามหมวดหัตถการ

แถวหัวหมวด (พื้นเทา) แสดงระดับที่คาดหวังในแต่ละชั้นปีและจำนวนเป้าหมาย · ตัวเลขในวงเล็บของระดับคือจำนวนขั้นต่ำที่ต้องทำในระดับนั้น · รายการย่อยคือหัตถการในหมวด

รายชื่อหัตถการ (Procedure)ปีที่ ๓ปีที่ ๔ปีที่ ๕
Head and neck : congenital anomaly (เป้าหมาย ๑๐)AB(๑)C(๑)
– Primary cleft lip repair
– Primary Cleft palate repair
– Secondary cleft lip / cleft palate repair
– Cleft lip nasal deformity repair
– Craniomaxillofacial reconstruction
– Vascular malformation
– Other head and neck congenital anomaly procedure
Head and neck : neoplasm (เป้าหมาย ๑๐)AB(๑)C(๑)
– Reconstruction after neoplasm resection with Skin graft
– Reconstruction after neoplasm resection with Local flap
– Reconstruction after neoplasm resection with Free flap
– Resection of skin cancer
– Resection of other head and neck neoplasm
– Other head and neck neoplasm procedure
Head and neck trauma (เป้าหมาย ๒๐)AB(๒)C(๒)
– Treat occlusal injury
– Treat upper midface fracture
– Treat nasal fracture
– Treat complex soft tissue injury
– Other head and neck trauma procedures
Breast reconstruction (เป้าหมาย ๕)AAB
– Breast reduction
– Breast reconstruction with implant or expander
– Breast reconstruction with pedicle flap
– Breast reconstruction with free flap
– Secondary procedure
– Fat grafting
– Treat other breast deformity
Wounds or deformity of trunk (เป้าหมาย ๑๐)AB(๑)C(๑)
– Treat pressure ulcer : debridement , NPWT
– Treat pressure ulcer with flap
– Treat wounds of trunk with flap
– Treat other deformity
Hand and upper extremity reconstruction, Other hand deformity / disease (เป้าหมาย ๑๐)AB(๑)C(๑)
– Reconstruction with skin graft
– Reconstruction with local flap
– Reconstruction with free flap
– Amputation
– Repair / reconstruct tendon with / without graft
– Operative release of tendon adhesion / tendon lengthening
– Tendon transfer
Nerve reconstruction (เป้าหมาย ๒)AB(๑)C(๑)
– Repair / reconstruct nerve with / without graft
– Nerve decompression
Hand Fracture and dislocation (เป้าหมาย ๑๐)AB(๑)C(๑)
– Operative repair of fracture / dislocation
– Release of joint contracture
Traumatic amputation / vascular injury (เป้าหมาย ๕)AB(๑)C(๑)
– Replantation / revascularization / arterial repair of Digit, Hand and Forearm
Lower Extremity reconstruction (เป้าหมาย ๑๐)AB(๑)C(๑)
– Treatment with skin graft
– Treatment with local flap
– Treatment with free flap
– Treat other deformity or disease
Burn (เป้าหมาย ๑๐)AB(๑)C(๑)
– Burn reconstruction
– Other burn procedures
Skin lesion (เป้าหมาย ๒๐)BCD
– Treat benign lesions
– Treat malignant lesions
Treatment of lymphedema (เป้าหมาย ๑)AAA
– Lymphaticovenous anstomosis
– Lymph node transfer
– Other lymphedema treatment procedure
Aesthetic (เป้าหมาย ๓๐)ABC
– Face lift
– Brow lift
– Blepharoplasty
– Rhinoplasty
– Augmentation mammoplasty
– Mastopexy
– Brachioplasty
– Abdominoplasty
– Body lift
– Thigh lift
– Suction assisted lipoplasty
– Treat other Aesthetic deformity
– Botulinum toxin injection
– Soft tissue filler
– Laser treatment
– Hair transplantation
– Other aesthetic procedures
Others
– Tissue expansionABB
– Endoscopic surgeryAAA
หมายเหตุ: ระดับ A–E ตามนิยามด้านบน · จำนวนเป้าหมายและระดับเป็นไปตามภาคผนวก ๓ ของหลักสูตรฯ ฉบับ พ.ศ. 2568
ตารางปฏิบัติงานรายวัน · หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง
การประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop): หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง ได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ (plastic surgery cadaveric workshop) เพื่อให้แพทย์ประจำบ้านได้ฝึกหัตถการกับอาจารย์ใหญ่ (soft cadaver) ปีละ ๒ ครั้ง สำหรับแพทย์ประจำบ้านศัลยศาสตร์ตกแต่งทุกชั้นปี
วันจันทร์
07:00 น.Ward round
08:00 น.Elective surgery
08:00 น.Learning acivity of 5th-year medical student
08:30 น.Burn unit round of 5th-year medical student
09:00 น.Cosmetic surgery
16:00 น.Ward round
วันอังคาร
07:00 น.Ward round
07:30 น.Learning acivity of 5th-year medical student
08:30 น.Burn conference
09:00 น.OPD
12:30 น.Resident presentation(Activity)/OR case presentation
16:00 น.Ward round
วันพุธ
07:00 น.Ward round
07:30 น.Learning acivity of 5th-year medical student
08:00 น.Elective surgery(CF)
08:00 น.Elective surgery(Hand)
16:00 น.Ward round
วันพฤหัสบดี
07:00 น.Ward round
08:00 น.Elective surgery
09:00 น.OPD
16:00 น.Ward round
วันศุกร์
07:00 น.Ward round
08:00 น.One day surgery
10:00 น.Resident presentation(Topic)/Journal club/ER case presentation
13:00 น.One day surgery
16:00 น.Ward round
วันเสาร์
08:00 น.Ward round
วันอาทิตย์
08:00 น.Ward round
ข้อมูลตามหลักสูตรฯ ฉบับ พ.ศ. 2568 · ตารางปฎิบัติงานหน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง
กิจกรรมพิเศษ

กิจกรรมและการประเมินพิเศษที่แพทย์ประจำบ้านศัลยศาสตร์ตกแต่งต้องเข้าร่วม/ผ่านตลอดหลักสูตร นอกเหนือจากตารางปฏิบัติงานประจำวัน

🎓
๑. ปฐมนิเทศแพทย์ประจำบ้าน
Resident Orientation
ชั้นปีที่ ๑ · ทุกปี
จัดปฐมนิเทศสำหรับแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ ๑ ของทุกปี ครอบคลุมการบริการ การบริหารความเสี่ยง patient safety goal การบันทึกเวชระเบียน Good surgical practice การวิจัย และจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
📋 กำหนดการปฐมนิเทศ · หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง
10.00-10.10 น.กล่าวต้อนรับโดย หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ช.
10.10-10.15 น.แพทย์ประจำบ้านใหม่ กล่าวแนะนำตัว
10.15-10.30 น.หลักสูตรและเกณฑ์การฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งตามเกณฑ์ WFME
10.30-10.45 น.การเตรียมความพร้อมของแพทย์ประจำบ้านสำหรับการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านตามเกณฑ์ WFME (Logbook, Portfolio, EPAs)
10.45-11.15 น.ผู้บริหาร, อาจารย์, แพทย์ประจำบ้าน ร่วมจัดตารางปฏิบัติงานและกิจกรรมวิชาการ สำหรับปีการศึกษา 2562-2563
11.15-11.45 น.แบบบรรยายลักษณะงาน (Job Description) สำหรับแพทย์ประจำบ้านเพื่อปฏิบัติงานในหน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง
11.45-12.00 น.การบันทึกเวชระเบียนในหน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง
⚕️
๒. Good surgical practice
ภาคผนวก ๖
๒ วัน (๑๒ ชม.) · ทุกปี
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนที่จะมีสิทธิ์สอบวุฒิบัตรฯ ต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรศัลยปฏิบัติที่ดี ที่จัดโดยราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ฯ เป็นประจำทุกปีก่อนปีการศึกษาจะเริ่มขึ้น ใช้เวลา ๒ วัน (๑๒ ชั่วโมง) ครอบคลุมทุกมิติทางด้านจริยธรรม ได้แก่
1. Patient right2. Communication skills3. Patient safety4. End of life care5. Conflict of interest6. Medical records7. Patient expectation and satisfaction8. Informed consent and refusal9. Competency10. Risk management11. Critical concern from I.R.B. Perspective
🔬
๓. Cadaveric Workshop
Plastic Surgery Cadaveric Workshop
ปีละ ๒ ครั้ง · ทุกชั้นปี
หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่งจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (plastic surgery cadaveric workshop) เพื่อให้แพทย์ประจำบ้านได้ฝึกหัตถการกับอาจารย์ใหญ่ (soft cadaver) ปีละ ๒ ครั้ง สำหรับแพทย์ประจำบ้านศัลยศาสตร์ตกแต่งทุกชั้นปี
🏥
๔. Inter hospital Conference
Interhospital Plastic Surgery Conference
ทุก ๒ เดือน · ≥๑๒ ครั้ง/๓ ปี
การประชุมวิชาการศัลยศาสตร์ตกแต่งระหว่างโรงพยาบาล เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ทุก ๒ เดือนต่อครั้ง ครั้งละ ๓ ชั่วโมง (อย่างน้อย ๑๒ ครั้ง/๓ ปี) ร่วมกับหน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือร่วมกับทุกสถาบันที่มีการฝึกอบรมในสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง
📝
๕. In-training Examination (CMU)
การประเมินผลศัลยศาสตร์ตกแต่งทางคลินิก
📝
๖. In-training Examination (CU-CMU)
การประเมินผลศัลยศาสตร์ตกแต่งทางคลินิก
ชั้นปีที่ ๓–๕
แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ ๓–๕ ต้องเข้าสอบเพื่อประเมินผลศัลยศาสตร์ตกแต่งทางคลินิก (In-training examination) โดยกำหนดให้มีการสอบข้อเขียน จำนวน ๑๐๐ ข้อ
🎖️
๗. Board Examination (สอบวุฒิบัตรฯ)
การวัดและประเมินผลเพื่อวุฒิบัตรฯ
๕ ส่วน · ราชวิทยาลัยฯ
การสอบเพื่อวุฒิบัตรฯ ผู้มีสิทธิ์สอบต้องผ่านการฝึกอบรมครบตามหลักสูตร (ระยะเวลาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐) วิธีการประเมินประกอบด้วย ๕ ส่วน
  • ก. การสอบข้อเขียน (MCQ + MEQ)
  • ข. ประเมินภาคปฏิบัติ (E-logbook + หัตถการตามราชวิทยาลัยฯ)
  • ค. รายงานผู้ป่วย กลุ่มละ ๑ ราย รวม ๘ ราย
  • ง. การสอบปากเปล่า
  • จ. การประเมินผลงานวิจัย (นิพนธ์ต้นฉบับ + นำเสนอ/ตีพิมพ์)
การสอบข้อเขียน: ต้องฝึกอบรมครบ ๔ ปีขึ้นไป · ราชวิทยาลัยฯ จัดสอบปีละ ๑ ครั้งหรือมากกว่า ให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคม
📅 กำหนดการสอบ · Board Certification Exam
วันที่เวลารายการสถานที่แพทย์ประจำบ้าน ชั้นปี
วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน 25698:00–13:00สอบข้อเขียน (MCQ + MEQ)โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์Resident 4
วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 25698:00–14:00สอบปากเปล่าหน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์Resident 5
ตารางหมุนเวียนแพทย์ประจำบ้าน · ภาคผนวก ๙

มีการจัดตารางหมุนเวียนการปฏิบัติงาน ๕ ปี โดยยึดตามเกณฑ์ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย · จำนวนเดือนที่หมุนเวียนในแต่ละหน่วยแยกตามชั้นปี (รวม ๑๒ เดือน/ปี)

Unitปีที่ ๑ปีที่ ๒ปีที่ ๓ปีที่ ๔ปีที่ ๕
Plastic Surgery
Urology Surgery
Vascular Surgery
Pediatric Surgery
Emergency Surgery
Orthopedics surgery
Intensive Care Unit
Anesthesiology
Head and Neck Breast Surgery
Cardio-Vascular-Thoracic Surgery
Gastrointestinal Surgery
Trauma Surgery
Orthopedic Hand Surgery
Neurosurgery
Otolaryngology
Radiology
Pathology
Dermatology
General Plastic Surgery๑.๕
General Plastic Surgery (สถาบันสมทบ)
Plastic Hand Surgery
Elective Rotation
Burn Unit
Craniofacial Surgery
Research๐.๕
Cosmetic Surgery
Total (เดือน)๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒
หน่วยเป็นเดือน · “–” = ไม่มีการหมุนเวียนในชั้นปีนั้น · ข้อมูลตามภาคผนวก ๙ หลักสูตรฯ ฉบับ พ.ศ. 2568
ตารางหมุนเวียนแพทย์ประจำบ้าน ปี 1-2
Resident 1
Resident 1JulyAugustSeptemberOctoberNovemberDecemberJanuaryFebuaryMarchAprilMayJune
พฤฒม์Ped SxICUUROPlasticVASX rayUpper GIAnesCVTHNBPlasticTrauma
ประภัสสรICUVASCVTUROPlasticTraumaX rayPlasticHNBAnesPed sxUpper GI
Resident 2
Resident 2JulyAugustSeptemberOctoberNovemberDecemberJanuaryFebuaryMarchAprilMayJune
ภูษงค์NeuroHNBPlasticENTHandERPlasticPathoPlasticSkinPlastic CUPlastic
นันทิกานต์PlasticERHNBNeuroPathoPlasticSkinPlasticHandENTPlastic CUPlastic
PlasticPlastic CU
ตารางหมุนเวียนแพทย์ประจำบ้าน 2025
Rotation 2025 final
📎 รอไฟล์รูป — กรุณาบันทึกภาพ “Rotation 2025 final” เป็นไฟล์ชื่อ rotation-2025.png ไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับหน้านี้ แล้วรูปจะแสดงอัตโนมัติ
การวัดและประเมินผล

เพื่อพัฒนาผู้เรียน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลการเรียนและการเรียนรู้ของผู้เรียนในระหว่างการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง บันทึก วิเคราะห์ สรุปผลข้อมูล และรวบรวมไว้ใน Logbook เพื่อให้ผู้เรียนและอาจารย์ประจำหลักสูตรนำมาใช้ในการส่งเสริมหรือปรับปรุงแก้ไขการเรียนรู้ของผู้เรียนและการสอน การวัดและประเมินผลครอบคลุมความรู้ ทักษะและเจตคติ ประกอบด้วยการวัดและประเมินผลระหว่างการฝึกอบรมและการเลื่อนชั้นปี การประเมินประกอบด้วย

องค์ประกอบการประเมิน
๑. การประเมินผลทางด้านความรู้
ก. In-training examination  ·  ข. Formative examination
๒. การประเมินผลด้านทักษะและเจตคติ
ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับการฝึกอบรมทางทักษะและเจตคติ และการติดตามประเมินผลจากอาจารย์ในสาขาวิชาศัลยศาสตร์ตกแต่งอย่างใกล้ชิด โดยประเมินจาก EPA, PBA, Log book, การเข้าร่วมกิจกรรมวิชาการ, การประเมินจากอาจารย์และผู้ร่วมงาน · การประพฤติปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมหรือต่ำกว่ามาตรฐานจะมีการตักเตือนด้วยวาจา หรือเป็นลายลักษณ์อักษร หากมีแนวโน้มว่าไม่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น จะได้รับการพิจารณาลงโทษจนถึงขั้นสูงสุดคือให้ยุติการฝึกอบรมทันที ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทยสภา พ.ศ. ๒๕๕๕
๓. การประเมินงานวิจัย
หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง มีการติดตามความคืบหน้าของงานวิจัยเป็นระยะตามตารางกรอบการดำเนินการวิจัย เพื่อให้มีผลงานวิจัยได้ตามมาตรฐานการฝึกอบรม
เกณฑ์การคิดคะแนน · ชั้นปีที่ ๓–๕
คะแนนการปฏิบัติงานประจำสาขาร้อยละ ๖๐
คะแนนประเมินโดยผู้ร่วมงานร้อยละ ๑๐
คะแนน log bookร้อยละ ๑๐
Formative examinationร้อยละ ๑๐
In training examinationร้อยละ ๑๐
การประเมิน EPA · ผ่านการประเมิน PBA · ผ่านการประเมินงานวิจัย · ผ่าน
เกณฑ์การเลื่อนชั้นปี
  • คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๐
  • เข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
  • ปฏิบัติงานตามสาขาที่กำหนดโดยขาดลาได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐
  • ผ่านการประเมิน Entrustable Professional Activities (EPA) อย่างน้อย ๑ activity ต่อปี และ Procedure Based Assessment (PBA) อย่างน้อย ๑ procedure ต่อปี และผ่านการประเมินส่วนที่เหลือให้ครบ ตามกำหนดของคณะกรรมการฝึกอบรม
  • มีความประพฤติดี ปฏิบัติตามคุณลักษณะ เกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทยสภา พ.ศ. ๒๕๕๕
กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ ให้ส่งหลักฐานเพิ่มเติมหรือขอสอบแก้ตัวภายใน ๑๕ วัน และถ้ายังไม่ผ่านเกณฑ์ให้ซ้ำชั้น แต่ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ ๒ ครั้ง ให้พ้นสภาพแพทย์ประจำบ้าน
Log Book · การรายงานประสบการณ์การผ่าตัด

แพทย์ประจำบ้านทุกชั้นปีต้องบันทึกประสบการณ์การผ่าตัดลงใน E-logbook ตามแบบที่กำหนดโดยหน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่ง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ครบถ้วน และส่งบันทึกให้อาจารย์ประจำ rotation ประเมินร่วมกับการประเมินการปฏิบัติงาน

EPA · Entrustable Professional Activities

การประเมินทักษะการดูแลผู้ป่วยที่มาทำหัตถการแบบองค์รวม มุ่งเน้นให้เป็น formative assessment เพื่อส่งเสริมให้แพทย์ประจำบ้านพัฒนาทักษะการวางแผนการรักษา ประเมินผู้ป่วย และการทำหัตถการภายใต้การควบคุมของอาจารย์

เกณฑ์ผ่าน: ความสามารถอยู่ระดับ 4 (ทำได้เองโดยไม่ต้องมีอาจารย์) และผ่านมติคณะกรรมการฝึกอบรม
ดูแนวทางการประเมินโดยละเอียด
  1. การประเมินนี้สามารถทำได้ตลอดช่วงเวลาที่แพทย์ประจำบ้านปฏิบัติงานในสาขาวิชา โดยแพทย์ประจำบ้านจะทำการประเมินผู้ป่วย ตั้งแต่ซักประวัติ วางแผนการผ่าตัด อธิบายผลดีผลเสียกับผู้ป่วย เพื่อขอความยินยอมผ่าตัดและเตรียมความพร้อมของทีมผ่าตัด จะปฏิบัติหัตถการให้อาจารย์ประเมิน จุดมุ่งหมายสำคัญของการประเมินนี้ คือการส่งเสริมให้แพทย์ประจำบ้านได้มีโอกาสเรียนทำหัตถการให้อาจารย์แพทย์ประเมินอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ต้น และได้ให้ feedback ภายหลังจากทำหัตถการเสร็จ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะของแพทย์ประจำบ้าน และเพื่อให้แพทย์ประจำบ้านได้มีเวลาไตร่ตรองและพัฒนาความสามารถของตนเองภายหลังได้รับ feedback จากอาจารย์แล้ว ก่อนจะได้ทำหัตถการดังกล่าวให้อาจารย์ประเมินในครั้งต่อไป รวมทั้งเป็นการกระจายโอกาสให้แพทย์ประจำบ้านได้รับการประเมินอย่างเท่าเทียมกัน
  2. กำหนดการประเมินหัตถการ ให้แพทย์ประจำบ้านได้รับการประเมินจากอาจารย์ได้หลายครั้งต่อ Procedure จนผ่านเกณฑ์การประเมินตามกำหนด การประเมินต้องแจ้งให้อาจารย์รับทราบก่อนการประเมินทุกครั้ง
  3. รับแบบประเมินได้จากทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา เป็นความรับผิดชอบของแพทย์ประจำบ้านในการนำใบประเมินไปให้อาจารย์
  4. แบบประเมินแต่ละหัตถการจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ เมื่ออาจารย์ประเมินแล้ว จะบันทึกความคิดเห็นเพื่อให้แพทย์ประจำบ้านนำไปปรับปรุงพัฒนา โดยไม่ตัดสินว่าผ่านหรือไม่ผ่าน EPA นั้น แต่จะให้คะแนนว่าความสามารถอยู่ระดับใด (level 0-4) แพทย์ประจำบ้านและอาจารย์จะลงลายมือชื่อ จากนั้นแพทย์ประจำบ้านนำไปถ่ายเอกสารเก็บไว้เอง ๑ ชุด และส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษาเก็บไว้อีก ๑ ชุด
  5. การประเมินว่า “ผ่าน” หมายความว่า แพทย์ประจำบ้านมีความสามารถอยู่ระดับ 4 สามารถปฏิบัติหัตถการนั้นได้โดยไม่ต้องมีอาจารย์อยู่ด้วย และผ่านมติที่ประชุมของคณะกรรมการฝึกอบรม ซึ่งหมายความว่ามีอาจารย์หลายท่านมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าแพทย์ประจำบ้านท่านนั้นมีความสามารถอยู่ระดับ 4 จริง
PBA · Procedure-based Assessment

การประเมินทักษะการทำหัตถการ มุ่งเน้นให้เป็น formative assessment โดยมีแนวทางเหมือน EPA เพียงแต่เน้นที่ Operative Technique เท่านั้น ไม่เน้นความรู้ preoperative finding, preoperative preparation และ post operative management

เกณฑ์ผ่าน: ปฏิบัติหัตถการได้ถูกต้องเหมาะสม และมีอาจารย์อย่างน้อย 1 ท่านให้ความเห็นว่า “ผ่าน”
ดูแนวทางการประเมินโดยละเอียด
  1. การประเมินนี้สามารถทำได้ตลอดช่วงเวลาที่แพทย์ประจำบ้านปฏิบัติงานในสาขาวิชา โดยแพทย์ประจำบ้านจะปฏิบัติหัตถการให้อาจารย์ประเมิน จุดมุ่งหมายสำคัญของการประเมินนี้ คือการส่งเสริมให้แพทย์ประจำบ้านได้มีโอกาสทำหัตถการ (operative technique) โดยให้อาจารย์แพทย์ประเมิน และได้ให้ feedback ภายหลังจากทำหัตถการเสร็จ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะของแพทย์ประจำบ้าน และเพื่อให้แพทย์ประจำบ้านได้มีเวลาไตร่ตรองและพัฒนาความสามารถของตนเองภายหลังได้รับ feedback จากอาจารย์แล้ว ก่อนจะได้ทำหัตถการดังกล่าวให้อาจารย์ประเมินในครั้งต่อไป รวมทั้งเป็นการกระจายโอกาสให้แพทย์ประจำบ้านได้รับการประเมินอย่างเท่าเทียมกัน
  2. กำหนดการประเมินหัตถการ ให้แพทย์ประจำบ้านได้รับการประเมินจากอาจารย์หลายครั้งต่อหัตถการ การประเมินต้องแจ้งให้อาจารย์รับทราบก่อนการประเมินทุกครั้ง
  3. รับแบบประเมินได้จากทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา เป็นความรับผิดชอบของแพทย์ประจำบ้านในการนำใบประเมินไปให้อาจารย์
  4. แบบประเมินแต่ละหัตถการจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ เมื่ออาจารย์ประเมินแล้ว จะบันทึกความคิดเห็นเพื่อให้แพทย์ประจำบ้านนำไปปรับปรุงพัฒนา โดยตัดสินว่าผ่านหรือไม่ผ่าน PBA นั้นเลย แพทย์ประจำบ้านและอาจารย์จะลงลายมือชื่อ จากนั้นแพทย์ประจำบ้านนำไปถ่ายเอกสารเก็บไว้เอง ๑ ชุด และส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษาเก็บไว้อีก ๑ ชุด
  5. การประเมินว่า “ผ่าน” หมายความว่า แพทย์ประจำบ้านมีความสามารถปฏิบัติหัตถการนั้นได้โดยถูกต้องเหมาะสม และให้อาจารย์นำเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการฝึกอบรม ซึ่งหมายความว่ามีอาจารย์อย่างน้อย 1 ท่าน ให้ความเห็นว่า “ผ่าน” ถือว่าแพทย์ประจำบ้านท่านนั้นมีความสามารถอยู่จริง